รีวิวNetflix The Power of the Dog

รีวิวNetflix The Power of the Dog บาดลึก ลึกซึ้ง ตัวเต็งออสการ์เป็นอื่นไม่ได้แล้ว

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ประเภทหนัง :: ดราม่า
ผู้กำกับ ::  เจน แคมเปียน
นำแสดงโดย :: เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบตช์, เคียร์สเต็น ดันสต์, โคดี้ สมิต-แมคฟี, เจสซี่ พลีมอนส์
ความยาวหนัง :: 2 ชั่วโมง 6 นาที
กำหนดฉายในไทย :: 1 ธันวาคม 2021

ภาพรวมหนัง
🎥ภาพรวมหนัง
7/10
🎥การเล่าเรื่อง
7/10
🎥การสร้างเรื่อง
7/10
🎥บทภาพยนต์
7/10
The Power of the Dog

รีวิวThe Power of the Dog มาต่อกันด้วยอีกหนึ่งหนังที่ร่ำลือกันมาเรื่อยๆ ว่าน่าจะมีบทบาทไม่เบาบนเวทีรางวัลต่างๆ ในช่วงต้นปีหน้าที่จะถึงนี้ นี่คือ หนังดราม่าคาวบอยที่กลายเป็นผลงานอันขมขื่นที่เฉียบขาดอีกเรื่องในปีนี้ แม้ว่าจะเข้าข่ายเป็นหนังรางวัลแต่กลับมีประเด็นและการเล่าเรื่องที่บาดลึก และยังถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ่งภายใต้มิติอารมณ์ขอตัวละคร คือถ้าให้รางวัลไปสักตัวก็คงจะไม่น่าเกลียดแม้แต่น้อย

The Power of the Dog

รีวิวThe Power of the Dog  เป็นเรื่องราวของ ฟิล เบอร์แบงก์ เจ้าของฟาร์มผู้น่าเกรงขาม เขามักจะทำให้คนรอบตัวหวาดกลัวและหวั่นเกรงอยู่เสมอ เมื่อภรรยาใหม่และลูกชายของน้องชายเขาได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน ฟิลก็สร้างความกดดันให้พวกเขา โดยไม่รู้ตัวว่าเขาอาจจะกำลังได้พบรักใหม่อีกครั้ง

The Power of the Dog

นักแสดง โธมัส ซาเวจ ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกออกมาในช่วงยุคปี 1960 ด้วยเนื้อหาที่คมคายเป็นอย่างดี มาผ่านการกลั่นกรองเป็นบทหนังด้วยฝีมือของผู้กำกับหนัง เจน แคมเปียน ด้วยตัวเอง นี่จึงเปรียบเสมือนเป็นการนั่งดูดราม่าเข้มข้นที่ร้อยเรียงออกมาเป็นบทกลอนเพราะๆ ที่มีได้เป็นชวนง่วงเหงาหาวนอนแม้แต่น้อย แต่กลับสร้างความขึงขังและตรึงใจไปในทุกๆ นาทีงานสร้างและวิสัยทัศน์ในการถ่ายทอดหนังเรื่องนี้ของ เจน แคมเปียน ยังทำออกมาได้น่าทึ่ง เห็นได้ชัดว่าเธอใส่ใจในแทบจะทุกๆ รายละเอียดของเนื้อหนัง แม้กระทั่งฝุ่นบางๆ ลอยผ่านกล้องก็ยังสัมผัสได้ถึงความใส่ใจเป็นอย่างดี มุมภาพของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างดีเยี่ยม ยกระดับและโทนของหนังดราม่าขึ้นได้อีกเป็นกอง แม้ว่าหนังจะแฝงประเด็นให้ขบคิดวิเคราะห์ตามไปบ้างสักหน่อย แต่ก็ไม่ใช่หนังที่ต้องมานั่งตีโจทย์ให้ปวดหัวอะไร

The Power of the Dog

ความคมคายของบทหนัง สร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก สามารถบิวท์คาแรกเตอร์ทุกๆ ตัวออกมาได้อย่างมีมิติ โดยเฉพาะบท ฟิล เบอร์แบงก์ ตัวนำของเรื่อง ที่ต้องแบกและแอบซ่อนอะไรหลายๆ อย่างเอาไว้ท่ามกลางชีวิตที่เด็ดเดี่ยวของตัวเอง ตัวละครนี้ผู้ชมอาจไม่ชอบนิสัยเขาสักเท่าไหร่ แต่ก็กลายเป็นคาแรกเตอร์ที่ทำให้รู้สึกเกลียดไม่ลง เมื่อคนดูได้ตามไปพบกับลำนำและแก่นที่แท่นจองตัวละครนี้ ยังมีทีมนักแสดงที่โดดเด่นยกชุดเลยก็ว่าได้ เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบตช์ ที่ถือว่าเป็นการยกเครื่องครั้งใหญ่สำหรับเขา จากหนุ่มผู้ดีอังกฤษต้องเปลี่ยนโฉมมาเป็นคาวบอยนิสัยหยานโลนถิ่นอเมริกา ที่ยอมรับว่าเลยว่าเขาถือกุญแจสำคัญของหนัง และสามารถแบกหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อยู่หมัด ทั้งการสื่ออารมณ์ สีหน้าแววตา ทุกย่างก้าวมีความหมายเต็มไปหมด การแสดงของเขาในเรื่องนี้เข้าขั้นคุณภาพ ในขณะที่นักแสดงอีกคนที่เป็นม้านอกสายตา โคดี้ สมิตแมคฟี อดีตนักแสดงเด็กที่เราคุ้นหน้าเขามาบ้างจากหนังเรื่องต่างๆ แต่ในหนังเรื่องนี้ถือว่าเขาได้ยกระดับมาตรฐานการแสดงขึ้นไปอีกครั้ง ถ่ายทอดแอคติ้งออกมาในรูปแบบน้อยแต่มากด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่เล็ก กลายมาเป็นการแสดงที่สัมผัสได้ถึงความเข้นข้น ทั้งสีหน้าและแววตาที่สร้างมิติให้กับคาแรกเตอร์ของเขาได้เป็นอย่างดี หนังยังมี เคียร์สเต็น ดันสต์ และ เจสซี่ พลีมอนส์ ที่ก็แบกรับและถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของตัวเองออกมาได้ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน คือถ้าจะให้นักแสดงชุดนี้เข้าชิงทุกๆ สาขารางวัลทางการแสดงก็มีความเป็นไปได้สูง จะไม่แปลกใจเลยถ้า จะมีนักแสดงนำทั้ง 4 คน ชิงรางวัลพร้อมกันทุกคน เพราะผลลัพธ์ที่พวกเขาทำออกมานั้น…ใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบเหลือเกิน

โดยภาพรวม The Power of the Dog และนี่น่าจะเป็นหนังเรื่องแรกในรอบปีนี้ที่แทบจะหาที่ติตรงไหนไม่ได้เลย แม้ว่าจะเป็นแค่เพียงหนังดราม่าจ๋าๆ ดูช้าๆ แต่กลับทรงพลังในทุกฉากที่ได้กลั่นกรองออกมา ไม่ประหลาดใจนักที่แทบทุกสถาบันตอนนี้ได้หยิบเอาชื่อของหนังเรื่องนี้ไปวางไว้เป็นตัวเก็งรางวัลออสการ์กันแล้ว เพราะเราก็เชื่อว่าเหลือเกินว่า รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์ต้นปีหน้า จะต้องมีชื่อ โดดเด่นอยู่ด้วยแน่นอน

🎥รับชมตัวอย่างหนัง : The Power of the Dog 

ติดตามรีวิวหนังใหม่ : รีวิวหนัง

รับชมหนังใหม่เพิ่มเติมได้ที่ : ดูหนังใหม่2022