รีวิวVenom Let There Be Carnage

รีวิวVenom Let There Be Carnage ศึกครานี้..ที่ดูพยายามไปทุกฉาก

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ประเภทหนัง ::  แอคชั่น / ทริลเลอร์ / ระทึกขวัญ
ผู้กำกับ :: แอนดี้ เซอร์กิส
นำแสดงโดย :: ทอม ฮาร์ดี้, วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน, มิเชล วิลเลียมส์
ความยาวหนัง :: 1 ชั่วโมง 37 นาที
กำหนดฉายในไทย :: 2 ธันวาคม 2021 

ภาพรวมหนัง
🎥ภาพรวมหนัง
7/10
🎥การเล่าเรื่อง
7/10
🎥การสร้างเรื่อง
7/10
🎥บทภาพยนต์
5/10
Venom Let There Be Carnage

รีวิวVenom Let There Be Carnage เป็นอีกหนึ่งในภาคต่อที่แฟนๆ รอคอยอยู่ไม่น้อยในปีนี้ เพราะ ทิ้งช่วงกว่าจะตีตลาดฉายบ้านเราก็เว้นระยะไปเป็นเดือนๆ จนกระแส แทบจะเหือดหายไปแล้ว และนี่คือ การกลับมาสานต่อความสำเร็จของเจ้าปรสิต แฝงร่างมนุษย์ ที่กลายเป็นฮีโร่พันธุ์ขบถอีกหนึ่งขวัญใจ ของคนดู กลับมาคราวนี้ต้องมาเจอกับศึกหนักกับคู่ต่อกรที่เหนือกว่า แม้ว่าทุกๆ องค์ประกอบจะดูยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แต่ทำไมกลับรู้สึกว่า…หนังประดิษฐ์เกินเหตุไปเกือบทั้งเรื่อง

Venom Let There Be Carnage

รีวิวVenom Let There Be Carnage เล่าเรื่องราวสาน ต่อจากภาคที่แล้ว เอ็ดดี้ บร็อก พยายามจุดประกายไฟให้กับอาชีพสื่อมวลชนของเขา ด้วยการดั้นด้นเข้า ไปสัมภาษณ์ฆาตกรต่อเนื่องผู้เลื่องชื่อ เคลตัส คาซาดี้ ชายผู้ที่กลายมาเป็นร่างอวตารให้กับ คาร์เนจ สิ่งมีชีวิตจากต่างดาวที่แอบลักลอบเข้ามาแฝงตัวอยู่บนโลกใบนี้ และเรื่องไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้น เมื่อเคสตัสได้ก่อเหตุแหกคุก หลังจากที่การรับโทษประหารชีวิตของเขาล้มเหลว

Venom Let There Be Carnage

นักแสดง แอนดี้ เซอร์กิส นักแสดงหนุ่ม ที่เราคุ้นเคย เขาเป็นอย่างดีในบท กอลัม มานั่งเก้าอี้เป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ให้ แน่นอนว่ามุมมองและ วิสัยทัศน์ของเขาที่ถ่ายทอดออกมาในหนังเรื่องนี้นั้น ค่อนข้างทำออกมา ได้ดี การออกแบบ แต่ละฉากดูน่าตื่นตา โดยเฉพาะฉากต่อสู้ไคลแม็กซ์ของเรื่องนี้ที่แม้จะเป็นสเกลการอิมแพคแบบไม่ใหญ่มาก แต่ก็ทรงพลังไม่เบาเลยทีเดียว ทอม ฮาร์ดี้ ยังทำหน้าที่ของเขาได้ดี แต่เห็นได้ชัดเลยว่าเสน่ห์ ในตัวละครนี้ที่เคยเห็นในภาคแรกแทบไม่ปรากฏให้เห็นในภาคนี้เลย เขากลายเป็นตัวละครจืดๆ แบนๆ ไปเสียอย่างนั้น วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน ได้สวมบทบาทเป็นฆาตกร โรคจิตแบบถึงกึ๋น เพียงแต่บทที่ไม่สามารถส่งให้ไปได้สุดทาง จึงทำให้กลายเป็นแค่คาแรกเตอร์ที่มีความวัลลาบีอย่างเหมือนองก์โจ๊กเกอร์ก็แค่นั้น

Venom Let There Be Carnage

ก็มาพร้อมกับโครงเรื่อง ที่ช่างกระจิดริดเสียเหลือเกิน มีความเป็นน้ำมากกว่าเนื้อ พยายามที่จะวางโทนให้ตัวเองเป็นหนังแอคชั่นฮีโร่แนวอาชญากรรมดุดัน แต่น่าเสียดายที่ตัวเองไม่สามารถทำไปถึงจุดนั้นได้ และยังมีอีกหลายๆ จุดที่หนังไปได้ไม่สุดทาง กลายเป็นความเก้ๆ กังๆ และทิ้งคนดูเอาไว้อยู่กลางทางแบบนั้น เอาเป็นว่านี่อาจจะยังไม่ใช่หนังที่สนุกสุดๆ แต่หนังยังคงสร้างอรรถรสเป็นตัวเองได้ดีอยู่เพียงแต่การเล่าเรื่องยังมีปัญหาอยู่เยอะ งานสร้างต่างๆ ทำออกมาได้ดี เทคนิคพิเศษและซีจีออกแบบมาได้น่าทึ่ง แต่ยังไม่สามารถปลดแอกในหลายจุดออกมาในระดับที่น่าพอใจ ทำให้หนังความยาวชั่วโมงครึ่งเรื่องนี้เป็นเพียงความดาดดื่นในการรับชมอยู่ก็เท่านั้น

 

โดยภาพรวมVenom Let There Be Carnage แต่กระนั้นแฟนๆ หนังมาร์เวลก็ยังคงต้องไม่พลาดดูหนัง เรื่องนี้อยู่ดี เพราะเห็นได้ชัดว่า โซนี่ พิคเจอร์ส ก็กำลังพยายามปลุกปั้น สร้างจักรวาลหนังของพวกเขาอยู่เช่นกัน ยังมีอีสเตอร์เอ้กแอบซ่อนเอาไว้ให้ผู้ชมได้เก็บรายละเอียดเพลินๆ เพียงน่าเสียดายไปสักหน่อยที่หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรที่ทำให้รู้สึกตื่นตาและแปลกใจ ก็แค่หนังแอคชั่นฮีโร่สูตรสำเร็จที่เต็มไปด้วยพยายามล้นเปี่ยม

🎥รับชมตัวอย่างหนัง : Venom Let There Be Carnage

ติดตามรีวิวหนังใหม่ : รีวิวหนัง

รับชมหนังใหม่เพิ่มเติมได้ที่ : ดูหนังใหม่2021